ข้อเปรียบเทียบระหว่าง FUE กับ FUT

ส่วนใหญ่ประชาชนมีความเข้าใจผิด ว่าการผ่าตัดแบบเจาะเป็นวิธีการที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน แต่ในความจริงแล้ว ทั้งการปลูกผมแบบผ่าตัด FUT และการปลูกแบบเจาะ FUE จะมีข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัวเอง ในฐานะศัลยแพทย์ปลูกผม เรามีหน้าที่ชี้แนะ และให้คำอธิบายถึงข้อดีข้อเสียต่างๆ และเนื่องจากทีมงานของเราพร้อมให้การรักษาได้ทั้งสองวิธีอย่างมีประสิทธิภาพเท่าๆกัน จึงไม่มีความโน้มเอียงที่จะแนะนำวิธีใดวิธีหนึ่ง นอกจากดูความเหมาะสมและประโยชน์ของผู้รับบริการสูงสุดเป็นหลัก

ค่าใช้จ่ายต่อกราฟท์ก็เท่ากันทั้งสองวิธี จึงตัดปัจจัยเรื่องราคาในการตัดสินใจของผู้รับบริการไปได้ 

สำหรับผู้ที่ยังลังเลและไม่แน่ใจ สามารถเข้ารับการปรึกษาได้ที่คลินิก

หรือปรึกษาฟรีผ่านทางช่องทาง online ต่างๆได้

ข้อจำกัด ผลข้างเคียงของ FUE

1. ต้องโกนผมที่ท้ายทอย

    เพื่อผลสำเร็จสูงสุด จำเป็นต้องโกนผมบริเวณที่จะทำการเจาะ [Harvest] เพราะจะได้กราฟท์ที่คุณภาพดี ชอกช้ำน้อย และระยะระหว่างรูเจาะสม่ำเสมอ ปัจจุบันมีเทคนิก NS-FUE หรือ Non- shaven FUE (ริเริ่มโดย Dr.John P.Cole ศัลยแพทย์ชาวอเมริกัน หรือเรียกว่า CIT=Cole Isolation Technique ไม่ได้ริเริ่มจากเกาหลีอย่างที่เข้าใจกัน) คือการเลือกเจาะแบบ selective โดยไม่ต้องโกน แต่ประสิทธิภาพยังไงก็สู้การโกนไปเลยไม่ได้ กราฟท์เส่ี่ยงที่จะช้ำหรือขาดมากกว่า อีกทั้งรูเจาะมีช่องไฟไม่สม่ำเสมอ พอโกนสั้นจริงๆ อาจเห็นผมบางเป็นหย่อมๆ หรือเป็นแถบ ไม่เพอร์เฟคเท่ากับการโกนเพื่อเจาะ ดังนั้นข้อเสียอย่างหนึ่ง ของ FUE คือต้องโกนผมที่ท้ายทอยผมที่โกนสั้นนั้นจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะยาวพอปิดแผล (ตัวอย่างภาพ) ระหว่างนั้น สามารถใส่หมวกหรือผ้าคลุมไว้ได้เพื่อบังสายตาผู้อื่น

2. ตำแหน่งที่ต้องใช้ในการเจาะเป็นบริเวณกว้าง และอาจเลยจากบริเวณผมถาวร หรือ safe zone ออกไป ดังนั้นกราฟท์ที่ได้จึงไม่อาจพูดได้ว่าอายุยืนตลอดชีวิต อาจอายุยืน 10-30 ปีขึ้นกับอายุเริ่มต้นที่เข้ารับการผ่าตัด

3. เมื่อรากผมถูกเจาะออกไปมากๆ ผมที่บริเวณท้ายทอยจะบางลงมาก จากการศึกษาของ Dr.John P.Cole ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการผ่าตัดแบบ FUE ในสหรัฐอเมริกา พบว่าการเจาะด้วย FUE มีโอกาสทำลายผมที่อยู่รอบข้าง มากกว่า FUT หรือการผ่าตัดแบบกรีดด้วยซ้ำไป ดังนั้นหากคำนึงถึงจำนวนผมที่ท้ายทอยที่เหลืออยู่ในระยะยาวอาจเป็นว่า FUE สร้างความเสียหายมากกว่า FUT เพราะผมที่เหลือกลับมีปริมาณน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม การศึกษายังมีจำกัดในปริมาณเคสที่น้อย และ FUE เพิ่งเริ่มเป็นที่นิยมในเวลา 10 ปีที่ผ่านมา จึงต้องรอข้อมูลและการศึกษาเพิ่มขึ้นที่จะสรุปต่อไป 

4. อาการเจ็บและคันหลังผ่าตัด ถึงแม้ว่า FUE จะมีความเจ็บแผลน้อยกว่า และแผลสมานเร็วกว่า FUT แต่ก็มีอาการเจ็บและคันในภายหลัง 2 สัปดาห์มากกว่าแบบ FUT  โดยอาการเจ็บจะไม่ปรากฏทันทีหลังผ่าตัดใหม่ๆ แต่จะมีอาการเหมือนเข็มทิ่ม หรือคันยิบๆ ที่บริเวณท้ายทอยในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังผ่าตัด อาการนี้พบได้เกือบ 1 ใน 3 ของเคสหลังผ่าตัด FUE  มีข้อเสียที่ทำให้รำคาญแต่ก็ไม่มีอันตรายใดใด สันนิษฐานว่าเป็นการงอกใหม่ของเส้นประสาทฝอยส่วนปลาย การรักษาประคับประคองจะช่วยให้ดีขึ้นและหายเองใน 2-3 สัปดาห์

5. รูขุมขนอักเสบ พบได้ไม่น้อย มักพบช่วง 1 เดือนหลังผ่าตัด และ 4 เดือนหลังผ่าตัด (ช่วงที่ผมกำลังจะขึ้น) อาจมีผด หรือสิว หรือบางครั้งเป็นตุ่มหนองใหญ่ได้ มักไม่พบการติดเชื้อเนื่องจากส่งเพาะเชื้อก็ไม่ขึ้น สันนิษฐานว่าเป็นปฏิกิริยาอักเสบของรูขุมขนเอง การรักษาประคับประคองจะช่วยให้ดีขึ้นและหายเองเช่นกัน

6. การเจาะรากออกมากเกินไปในหนึ่งครั้ง การผ่าตัดด้วย FUE นั้นก่อให้เกิดแผลที่เป็น Full thickness เช่นเดียวกับแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แม้ว่าขนาดแผลเล็กเท่ารูขุมขนก็จริง แต่เมื่อปริมาณรวมกันหลายๆจุด ผนวกเข้าด้วยกันแล้วกลายเป็นพื้นที่วงกว้าง ยิ่งเจาะด้วยหัวเจาะใหญ่ รูมีขนาดใหญ่ และเจาะจำนวนมาก ยิ่งเพิ่มพื้นที่ผิวของแผลให้กว้างใหญ่ยิ่งขึ้นด้วย จากที่ประชุม ISHRS (สมาคมแพทย์ปลูกผมนานาชาติ ยอมรับจำนวน FUE ที่ปลอดภัยอยู่ในช่วง 2500-3000 กราฟท์ (ที่หัวเจาะ 1 มม.) หากเพิ่มจากนี้มักเป็นความเสี่ยงที่มากขึ้น อาจทำให้รากผมข้างเคียงรูเจาะ ในบริเวณที่บริจาคถูกทำลายถาวรได้ จากประสบการณ์จริงของเรา หากใช้หัวเจาะขนาดเล็กกว่านี้ก็อาจทำได้ถึง 3500 กราฟท์ (ในกรณีที่เหมาะสมเท่านั้น) แต่จะไม่แนะนำให้ทำมากกว่านี้ในคนไทย (สำหรับชาวต่างชาติ อาจได้ถึง 4,000) เพราะมีความเสี่ยงที่ท้ายทอยจะเสียหายมากกว่า มีกรณีศึกษามาแล้วจากคลินิกในตุรกีที่นิยมทำผ่าตัดมากถึง 5,000 กราฟท์ในครั้งเดียว พบว่าท้ายทอยเสียหายหนักมาก (ภาพประกอบ) ซึ่งค่อนข้างเสี่ยงและทางเราก็จะไม่แนะนำให้ทำ  

7. จากข้อ 6 จะพบว่า จำนวนกราฟท์ใน 1 ครั้งผ่าตัดของ FUE จะได้กราฟท์ปริมาณน้อย ในขณะที่ FUT สามารถทำผ่าตัดได้จำนวนมากกว่าในครั้งเดียว เช่น 5,000-6,000 กราฟท์ในครั้งเดียว โดยมีผลเสียต่อท้ายทอยหรือตำแหน่งบริจาคน้อยมาก ดังนั้นกรณีที่ผมร่วงศีรษะล้านระยะรุนแรงที่ต้องการจำนวนกราฟท์มากๆ จึงเหมาะกับ FUT มากกว่า FUE

 

โดยสรุปแล้ว FUE ก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน ควรศึกษารายละเอียดหรือปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนตัดสินใจ

ข้อจำกัด และผลข้างเคียงของ FUT หรือการผ่าตัดแบบแผง (Strip)

การผ่าตัดแบบแผงหรือ Strip นั้นได้รับการยอมรับมานานแล้วว่าเป็นการผ่าตัดย้ายรากแบบมาตรฐาน ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีความนิยมลดลง แต่ก็ยังถือว่าเป็นเทคนิกที่ให้ผลแน่นอน อย่างไรก็ตามเมื่อเสนอข้อจำกัดของ FUE แล้ว ก็จำเป็นต้องพูดถึง FUT ด้วย

1. แผลเป็น แน่นอนว่าการผ่าตัดแบบแผง สร้างแผลเป็นแนวยาวที่บริเวณท้ายทอย แต่หากได้รับการผ่าตัดที่เหมาะสม ด้วยกระบวนการให้ยาชาที่ดี การเย็บที่ปราณีตและเทคนิกที่ได้ฝึกฝน (Trichophytic closure) ก็จะได้แผลเป็นที่มีแนวยาวแต่บาง เหมือนดินสอขีด สามารถปกปิดได้ด้วยผมที่ท้ายทอย บางคนยังสามารถตัด skin head ได้ด้วย

2. ความเจ็บปวด ระหว่างผ่าตัดที่ได้รับยาชามาตรฐาน จะไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด แต่เมื่อยาชาหมดฤทธิ์เมื่อเสร็จสิ้นการผ่าตัด ความรู้สึกเจ็บก็จะกลับมา  ความรุนแรงของอาการเจ็บอยู่ที่ คะแนน 4-5 จาก 10 ซึ่งส่วนใหญ่สามารถทนได้ และระยะเวลาเจ็บแผลจะกินเวลาเฉลี่ย ประมาณ 3-4 วัน เมื่อตัดไหมในวันที่ 5 มักพบว่าไม่เจ็บมากมายอีกเลย การผ่าตัดแบบ Strip หรือ FUT หากไม่สามารถให้ยาชาที่ดีในระหว่างผ่าตัด จะผ่าตัดยากมากเพราะเลือดออกเยอะเกินควบคุม และจะเจ็บแผลมากหลังผ่าตัดไปอีก 1-2 สัปดาห์ ดังนั้นหากได้รับการผ่าตัดด้วยวิธีนี้จากผู้ที่ไม่ใช่ศัลยแพทย์ที่ฝึกฝนมา จะไม่ประทับใจเลย และมักจะกลายเป็นประสบการณืร้ายกลัวการผ่าตัดแบบแผงไปได้ 

3. ถ้าหนังศีรษะด้านหลังมีความตึงมาก อาจไม่เหมาะกับการผ่าตัดแบบ FUT เช่นในกรณีที่หนังศีรษะแข็งและเหนียว การเจาะด้วย FUE อาจเหมาะสมกว่า FUT เพราะไม่สามารถดึงหนังศีรษะเย็บเข้าหากันด้วยความตึงได้

 

4. กรณีผมหงอกขาว น่าแปลกที่ FUE อาจจะเหมาะกับคนผมขาว grey silver มากกว่า FUT ที่เป็นเช่นนี้เพราะการเจาะ FUE ใช้ skill ความรู้สึกในการเจาะ ดังนั้นไม่ว่าผมสีอะไรก็สามารถทำได้ไม่แตกต่าง ในขณะที่ FUT เมื่อเราต้องแยกกราฟท์ในกล้องจุลทรรศน์ เราอาจมองไม่เห็นรากที่ขาวของคนผมหงอก 

5. ข้อจำกัดในแง่ทักษะ เนื่องจาก FUT เป็นการผ่าตัดกรีดแผลใหญ่ ศัลยแพทย์ควรมีทักษะในการผ่าตัดและเย็บแผลอย่างปราณีต รวมทั้งทีมงานที่ต้องช่วยในการหั่นแยกกราฟท์ต้องได้รับการฝึกฝนเป็นปี น้อยแห่งที่จะสามารถให้การรักษา FUT อย่างมีประสิทธิภาพ แพทย์ส่วนใหญ่เลือกให้บริการเฉพาะ FUE มากกว่าเพราะง่ายกว่าในการจัดทีมงาน

 

 

 

223 ม.9 ตำบลกระทุ่มล้ม 

สามพราน นครปฐม 73220

Call us +6628898630
0822199695
Whatsapp +66917799206
Line id =bhiclinic
  • Facebook Social Icon
  • สถานที่
  • Twitter Social Icon
  • Google+ Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram Social Icon

@2023 by U.C. Clear. Copyright by Maple Aesthetics Co,ltd