Please reload

Recent Posts

ปลูกผมด้วยการย้ายเซล หรือ ศัลยกรรมปลูกผม คืออะไร?

July 27, 2017

1/1
Please reload

Featured Posts

แชมพูอะไรที่เหมาะกับผมร่วง?

เป็นคำถามที่หมอถูกถามมากที่สุดค่ะ  เพราะแชมพูเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเส้นผมมากที่สุดและต้องใช้ต่อเนื่องเป็นประจำ ตามความเข้าใจของคนทั่วไป แชมพูจึงน่าจะมีบทบาทอย่างมากในการรักษาหรือเป็นสาเหตุของสุขภาพผม รวมไปถึงการหลุดล่วงของเส้นผมด้วย  จะเห็นว่าในท้องตลาดมีแชมพูขายมากกมาย บางส่วนมีการโฆษณาว่าใช้รักษาหรือยับยั้งการหลุดร่วงของเส้นผมได้จริงโดยมีพรีเซนเตอร์เป็นดาราหรือบุคคลที่เป็นที่รู้จักในสังคมมารับรองด้วยซ้ำ  สนนราคาก็ไม่ใช่ถูกๆเลย ปัญหาคือ ใช้ได้ผลจริงหรือไม่? หลายครั้งคนไข้ก็อยากได้ยินคำรับรองจากปากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จริงๆ  หมอจึงโดนถามบ่อยมากๆ  โดยเจตนาคงต้องการทราบว่า
 1. ใช้แชมพูอะไรจึงจะไม่ทำให้ผมร่วง
2.  แชมพูอะไรสามารถรักษาผมร่วง
ก่อนที่จะระบุว่าแชมพูชนิดไหนหรือยี่ห้อใดที่ได้ผลในการรักษา เรามาทำความเข้าใจเรื่องแชมพูกันก่อนดีกว่า

 

แชมพูคืออะไร?  ประโยชน์ของมันคืออะไรบ้าง?

แชมพูถูกคิดเพื่อทำความสะอาดหนังศีรษะและสิ่งสกปรกที่ติดมากับเส้นผม  ส่วนประกอบสำคัญก็คือ สารลดแรงตึงผิด หรือที่เราเรียกว่าSurfactant ตัวสารลดแรงตึงผิวนี้เองที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกออกจากผิวและเส้นผมของเรา ในอดีตกาลมีบันทึกการใช้สารลดแรงตึงผิวตามธรรมชาติด้วยรากไม้และสมุนไพรเพื่อทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะยุคแรกๆ ปรากฏในอินเดี ย ซึ่งใช้คำว่า Champu เป็นภาษาฮินดี (แปลว่าการนวดบีบ) เมื่อเข้าสู่ยุคล่าอาณานิคมได้มีการรับวัฒนธรรมนี้แพร่หลายเข้ามาในยุโรป และได้แผลงมาเป็นคำว่า Shampoo  ในยุคกลางมีหลักฐานปรากฎว่ามีการใช้แชมพูจากเคมีเป็นที่แรกในอังกฤษ คือการผสมสบู่ (เกิดจากโซดาไฟและน้ำมัน)  เข้ากับสมุนไพรและน้ำหอมและมีการจำหน่ายแชมพูเป็นครั้งแรกตามร้านทำผมในลอนดอน  แชมพูมีวิวัฒนาการต่อมาตามลำดับ โดยเพิ่มสารช่วยเคลือบผม น้ำหอม น้ำมันสกัด และเคมีอินทรีย์ต่างๆเพื่อประโยชน์ในการดึงดูดให้ผลิตภัณฑ์น่าใช้มากขึ้นตามยุคสมัย  แชมพูในปัจจุบันมีส่วนประกอบหลักๆได้แก่

1.     สารลดแรงตึงผิว  ที่นิยมมากในปัจจุบันจะทำมาจาก โซเดียม ลอเรตซัลเฟต   [SLS]

2.     สารช่วยทำละลาย หรือสารที่ช่วยให้ส่วนผสมมีความเสถียร  เช่น กลีเซอรีน  โพรพิลีนไกลคอล

3.     สารช่วยเคลือบผม เช่น ควอทเทอร์เนียม  ไซเมติโคน ซิลิโคน

4.     น้ำหอม หรือนำมันหอมระเหย สี กลิ่น

5.     สารอื่นๆ ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงและซ่อมแซมเนื้อผม เช่น กรดอะมิโน โปรตีน  วิตามิน

6.     สำหรับแชมพู ‘ยา' จะมีการเพิ่มตัวยาบางอย่างลงไป เช่น แชมพูขจัดเชื้อรา แชมพูขจัดรังแค เป็นต้น

ทีนี้เรามาดูว่าปัญหาผมร่วงนั้นเกิดมาจากอะไร?

ผมคนเราปกติเหมือนกับต้นไม้ ส่วนที่มีชีวิตคือราก ซึ่งอยู่ลึกลงไปใต้ชั้นผิวหนัง  เส้นผมที่แทงขึ้นมาจากผิวหนังนั้นคือ “เซลที่ตายแล้ว” ทั้งสิ้น   โดยเซลรากผมจะผลิตเซลที่ตายแล้วนี้ทับถมกันเรื่อยๆจนเส้นผมยาวออกไป  การที่ผมร่วงนั้นแน่นอนว่าปัญหาเกิดที่รากผม ซึ่งเป็นเซลที่มีชีวิต ไม่ใช่ที่เส้นผมซึ่งเป็นเซลที่ตายแล้ว

 

แชมพูที่ดีที่สุดสำหรับปัญหาผมร่วงคือ?

แชมพูมีผลอะไรกับเซลรากผม?

สารลดแรงตึงผิวในแชมพูจะช่วยจับกับสิ่งสกปรกที่ติดอยู่กับหนังศีรษะและเส้นผม  เมื่อเราล้างด้วยน้ำ สิ่งสกปรกและสารลดแรงตึงผิวจะถูกชะล้างออกไปพร้อมๆกัน เราจึงรู้สึกว่าศีรษะโล่งสะอาด น้ำมันที่ถูกผลิดจากรูขุมขนก็ถูกชะล้างออกไปด้วย  (สิ่งสกปรกส่วนใหญ่จะละลายในน้ำมัน)  หลังสระผมเราจึงรู้สึกว่าหนังศีรษะแห้งและเส้นผมแห้ง หวีผมยาก สารเคลือบในแชมพูก็จะมาจับเส้นผม เคลือบไว้ช่วยให้ไม่พันกัน และยังช่วยปรับประจุไฟฟ้าที่เส้นผมอีกด้วย 

 

แชมพูมีผลต่อกาหลุดร่วงของเส้นผมหรือไม่?

ตรงนี้ตอบได้เลยว่า “ไม่มี” ค่ะ  เพราะสารลดแรงตึงผิวไม่ดูดซึม จะเกาะที่ผิวนอกเพียงเพื่อทำความสะอาดเท่านั้น การหลุดร่วงของเส้นผมเป็นเรื่องของวงจรของรากผมที่ผลัดเซลตายแล้วทิ้งไป ดังนั้นไม่เกี่ยวกับเซลรากผมเลย การที่บางครั้งเราสระผมแล้วเห็นผมร่วงออกมามากเข้าใจว่าเกิดจากการแพ้แชมพู จริงๆคือผมมันร่วงอยู่แล้วค่ะแต่ยังติดอยู่ในเนื้อผมทั้งหมด เมื่อเราสระผมทำความสะอาดจึงเห็นจำนวนที่แท้จริงที่มันหลุดออกมาในทีเดียว

 

นอกจากการทำความสะอาดแล้ว แชมพูที่ใช้มีสรรพคุณในการบำรุงหรือซ่อมแซมรากผมหรือไม่?

ตรงนี้ถ้าให้หมอตอบตรงๆ คงจะโดนเล่นงานจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่น้อยเลย ขออธิบายเป็นหลักการคิดง่ายๆ ดังนี้นะคะ

ในความเป็นจริง สารอาหารหรือวิตามินที่มีการเผยแพร่ทั่วไปว่ามีคุณสมบัติในการช่วยบำรุง ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน B5 ไบโอติน, สังกะสี, ไนอ๊อกซิน หรือโปรตีนสกัดอื่นๆ ล้วนไม่มีผลการศึกษาที่ใช้ได้ผลจริงกับมนุษย์เลย ส่วนใหญ่อ้างอิงมาจากการหลุดร่วงของเส้นขนเมื่อมีการขาดสารอาหารหรือวิตามินต่างๆเหล่านี้อย่างรุนแรงในสัตว์ทดลอง  ทำให้เชื่อกันไปว่า เมื่อเพิ่มสารต่างๆเหล่านี้เข้าในร่างกายแล้วจะทำให้สุขภาพผมดีขึ้น  สมุนไพรก็เช่นกัน มักจะมีสารสกัดเพียงไม่กี่อย่างที่เชื่อว่าช่วยบำรุงรากผมได้ แต่ไม่มีการศึกษาที่เด่นชัดว่าได้ผลในมนุษย์

อีกประเด็นที่สำคัญมากคือ กลไกการออกฤทธิ์  การจะให้สารต่างๆเข้าถึงรากผม ต้องผ่านชั้นผิวหนัง ตามธรรมดาการทาที่ผิวหนังเฉยๆ การดูดซึมของสารออกฤทธิ์จะมีจำกัดมาก  ปกติรากผมอยู่ลึกลงไปจากชั้นหนังกำพร้าประมาณ 5 มิลลิเมตร แต่การดูดซึมยาและสารต่างๆทางผิวหนังทำได้แค่ชั้นผิวไม่เกิน 1 มิลลิเมตร เรียกว่าการดูดซึมไปไม่ถึงรากด้วยซ้ำ อีกทั้ง ระยะเวลาสัมผัสยา (contact time) ก็น้อยมาก แค่5-10 นาทีเราก็ล้างออกแล้วการดูดซึมจึงจำกัดมาก

ความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์ก็สำคัญ ในแชมพูทั่วไปจะมีการผสมสารออกฤทธิ์ที่จำกัดตามระเบียบขององค์การอาหารและยา เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่จัดว่าเป็นยา ความเข้มข้นของส่วนผสมต้องเป็นเปอร์เซนต์ต่ำเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค  (อย่าลืมว่าทุกอย่างมีคุณมีโทษ  การผสมสารอะไรก็ตามถ้ามากเกินไปจนเกิดพิษก็อาจมีอันตรายได้)  เมื่อปริมาณสารตั้งต้นน้อยการดูดซึมยิ่งน้อยเข้าร่างกายยิ่งน้อยเข้าไปอีก

จากหลักการคิดต่างๆเหล่านี้ ท่านผู้อ่านคงพอจะพิจารณาเองได้ว่าแชมพูมีผลรักษาผมร่วงจริงหรือไม่  สำหรับหมอแล้วมักจะตอบคนไข้ว่า แชมพูมีประโยชน์ในแง่การทำความสะอาดเท่านั้น  การหวังให้มีผลรักษาหรือป้องกันผมร่วงนั้นน่าจะต้องพิจารณาทางเลือกอื่นๆ แต่ปริมาณสินค้าทั้งหลายในตลาด หลายหลายสูตรมีโฆษณาสรรพคุณดูน่าใช้  ถ้าคนไข้อยากจะลองเลือกใช้แล้วสบายใจก็สามารถทำได้ค่ะ  ถ้าไม่เดือดร้อนเงินในกระเป๋ามากไปนักนะคะ

 

อย่างไรก็ตาม มีแชมพูบางชนิด ซึ่งจัดเป็น “ยา” มีความเข้มข้นของยาสูงและมีการศึกษาในมนุษย์ว่าช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมได้ เช่น แชมพูขจัดเชื้อราอย่าง 2%คีโตโคนาโซน  แต่ตัวอย่างการศึกษาไม่มากและไม่สามารถใช้เป็นประจำได้ เพราะยาคีโตโคนาโซนนั้นมีการสะสมและมีผลกับตับ  การบริหารแชมพูยาชนิดนี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์และเภสัชค่ะ

 

 

 

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Follow Us
Please reload

Search By Tags
Please reload

Archive
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square